เปิดเวบเมื่อ 15/08/2551
ปรับปรุงเวบเมื่อ 08/11/2018
ผู้ชมทั้งหมด
สินค้าทั้งหมด 407









บทความ
สังเขปแห่งประวัติการจัดพิมพ์และคดีความ ของ “ฤทธิ์มีดสั้น” โดย ว. ณ เมืองลุง* (อ่าน 5254/ตอบ 0)
          

โก้วเล้ง (..2481-2528) เป็นนักเขียนนิยายกำลังภายในชาวไต้หวัน ประพันธ์เรื่อง ตอเช้งเกี่ยมแขะ บ่อเช้งเกี่ยม บอกเล่าเรื่องราวพฤติการณ์หาญกล้า คุณธรรมล้ำลึกของยอดมือกระบี่นามลี้คิมฮวงและอาฮุย บทประพันธ์เรื่องนี้ทยอยตีพิมพ์เป็นตอนๆ ในนิตยสารกำลังภายในชื่อ ชุนชิว ระหว่างพ..2511-2513  . เมืองลุง (นามปากกาของนายชิน บำรุงพงศ์) นำผลงานดังกล่าวมาแปลเป็นภาษาไทย ตั้งชื่อเรื่องว่าฤทธิ์มีดสั้นเมื่อ ..2514 โดยให้สำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์นจัดพิมพ์เป็นครั้งแรก ในรูปเล่ม 16 หน้ายกธรรมดา ปกอ่อน จากนั้นสำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์นพิมพ์ครั้งที่สองในรูปเล่มปกแข็ง เมื่อประมาณ ..2516-2517 นับเป็นงานแปลที่สร้างชื่อเสียงและความสำเร็จสูงสุดในชีวิตนักแปลของ . เมืองลุง



          

หลังจากนั้น . เมืองลุงได้อนุญาตให้สำนักพิมพ์บรรณาคารจัดพิมพ์จำหน่าย เป็นครั้งที่ 3 และ 4 เมื่อ ..2519 และ 2527 ตามลำดับพิมพ์ครั้งที่ 5 ..2533 สำนักพิมพ์สื่อสัจจา ขออนุญาตจัดพิมพ์จำหน่ายจาก . เมืองลุง ในรูปเล่ม 16 หน้ายกพิเศษ ปกกระดาษสา เนื้อในกระดาษปอนด์ สันปกร้อยเชือก 3 เล่มจบบรรจุกล่อง


          

พิมพ์ครั้งที่ 6 ..2536 สำนักพิมพ์สร้างสรรค์-วิชาการ ขนาด 16 หน้ายกพิเศษ กระดาษปอนด์ 3 เล่มจบบรรจุกล่อง เป็นฉบับที่มีการตรวจทานใหม่ แก้ไขคำผิด เพิ่มเติมข้อความตกหล่น โดยเทียบเคียงกับต้นฉบับพิมพ์ครั้งที่ 2


          

พิมพ์ครั้งที่ 7 ..2539 สำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์น ขนาด 16 หน้ายกพิเศษ กระดาษปอนด์ 3 เล่มจบบรรจุกล่อง


          

พิมพ์ครั้งที่ 8 ..2543 ในหนังสือพิมพ์อาทิตย์วิเคราะห์รายวัน


          

พิมพ์ครั้งที่ 9 ..2544 สำนักพิมพ์พระอาทิตย์ ขนาด 16 หน้ายกพิเศษ กระดาษปอนด์ 3 เล่มจบบรรจุกล่อง


          

พิมพ์ครั้งที่ 10 ..2549 บริษัทสร้างสรรค์บุ๊คส์ จำกัด ขนาด 16 หน้ายกพิเศษ กระดาษถนอมสายตา 3 เล่มจบบรรจุกล่อง


 


นอกจากฤทธิ์มีดสั้นแล้ว ในช่วงเวลาที่ . เมืองลุงแปลงานของโก้วเล้ง (..2510-2522) ยังได้แปลเรื่องอื่นๆ คือ เซียวฮื้อยี้ ดาบจอมภพ เหยี่ยวเดือนเก้า จอมดาบหิมะแดง จอมโจรจอมใจ ใต้เงามัจจุราช ราศีดอกท้อ ชอลิ่วเฮียง พยัคฆ์ร้ายบู๊ลิ้ม พิฆาตทรชน นักสู้ผู้พิชิต ศึกเสือหยกขาว กระบี่อมตะ เดชขนนกยูง และไม่มีน้ำตาวีรบุรุษ ซึ่งจัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ต่างๆ ช่วงพ..2510-2550 บางเรื่องตีพิมพ์ซ้ำ 3-5 ครั้ง และโดดเด่นเป็นหนึ่งในยุทธจักรนิยายกำลังภายในเช่นกัน เช่น เซียวฮื้อยี้ จอมโจรจอมใจ จอมดาบหิมะแดง เป็นต้น



          

มีนาคม 2538  เมื่อพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ ..2537 (ต่อไปจะเรียกว่า พรบ. 2537) มีผลบังคับใช้ ก่อเกิดแนวความคิดแยกเป็น 2 ทาง ต่องานแปลซึ่งจัดทำและจัดพิมพ์จำหน่ายก่อน พรบ. 2537 มีผลบังคับใช้ คือ


แนวทางที่ 1 เห็นว่า งานแปลหนังสือแปลที่จัดทำขึ้นโดยไม่ได้ขออนุญาตเจ้าของลิขสิทธิ์ต่างประเทศ จะถือเป็นงานละเมิดลิขสิทธิ์ จัดพิมพ์จำหน่ายใหม่หลัง พรบ. 2537 มีผลบังคับใช้ไม่ได้


แนวทางที่ 2 เห็นว่า งานแปลหนังสือแปล แม้จัดทำขึ้นโดยไม่ได้ขออนุญาตเจ้าของลิขสิทธิ์ต่างประเทศ แต่ปฏิบัติตามเงื่อนไขพันธะกรณีที่ไทยเป็นภาคีอยู่กับสหภาพเบอร์น ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองวรรณกรรมและศิลปกรรม พุทธศักราช 2474 และพระราชกฤษฎีกากำหนดเงื่อนไขเพื่อคุ้มครองลิขสิทธิ์ระหว่างประเทศ ..2526 ซึ่งมีผลบังคับใช้ถึงวันที่ 1 กันยายน ..2538 ย่อมอยู่ในฐานะแปลโดยชอบด้วยกฎหมาย ก่อเกิดลิขสิทธิ์ในงานแปลติดตามมา จึงสามารถจัดพิมพ์จำหน่ายใหม่ได้แม้หลัง พรบ. 2537 มีผลบังคับใช้


ในแวดวงนิยายกำลังภายใน โดยเฉพาะยุทธจักรนิยายจากผลงานโก้วเล้ง ความเห็นแย้งระหว่าง 2 แนวทางดังกล่าวเด่นชัดขึ้นเช่นกัน กระทั่งบริษัทมหาชนจำกัดแห่งหนึ่ง ตกลงทำสัญญาขออนุญาตใช้สิทธิ์การแปลแต่ผู้เดียวในประเทศไทย จากผู้ได้ชื่อว่าเป็นทายาทของโก้วเล้ง ติดตามมาด้วยข้อกล่าวหาว่า ผลงานแปลโดยนักแปลท่านอื่น สำนวนอื่น สำนักพิมพ์อื่น เป็นงานละเมิดลิขสิทธิ์ กลายเป็นกรณีพิพาท มีการแถลงข่าวประกาศการได้มาซึ่งลิขสิทธิ์โดยบริษัทมหาชนจำกัดแห่งนั้น เมื่อเดือนมิถุนายน 2546 ต่อเนื่องด้วยการลงโฆษณาประชาสัมพันธ์ในหนังสือพิมพ์ ว่าจะดำเนินคดีทั้งทางแพ่งและอาญากับผู้ละเมิดลิขสิทธิ์อย่างถึงที่สุด การแจ้งคณะกรรมการสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย ให้แจ้งต่อบูธสร้างสรรค์บุ๊คส์ งดจำหน่ายหนังสือแปลโก้วเล้ง สำนวน . เมืองลุง ในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ และ งานมหกรรมหนังสือแห่งชาติ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ หลายครั้งหลายสมัย การทำจดหมายโดยผู้จัดการฝ่ายการตลาดของบริษัทมหาชนจำกัดแห่งนั้น ถึงร้านค้าหนังสือทั้งในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด ขอความร่วมมืองดจำหน่ายหนังสือแปลสำนวน . เมืองลุง และการส่งหนังสือบอกกล่าว (โนติ๊ส) ฉบับลงวันที่ 12 ตุลาคม 2550 ถึงบริษัทสร้างสรรค์บุ๊คส์ จำกัด เป็นต้น




หนังสือบอกกล่าว (โนติ๊ส) มีขึ้นอีกครั้ง คือฉบับลงวันที่ 8 พฤศจิกายน 2553 กระทั่งวันที่ 29 มีนาคม 2554 ทายาทของโก้วเล้งท่านหนึ่ง เป็นโจทก์ มอบอำนาจให้บริษัทมหาชนจำกัดแห่งหนึ่ง ฟ้องบริษัทสร้างสรรค์บุ๊คส์ จำกัดเป็นจำเลย คดีแพ่ง ต่อศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง  ฐานละเมิดลิขสิทธิ์บทประพันธ์ของโก้วเล้ง ให้จำเลยชำระหนี้แก่โจทก์เป็นเงิน 3,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ให้หยุดพิมพ์ หยุดเผยแพร่ และเก็บออกจากท้องตลาด ซึ่งงานวรรณกรรมพิพาท 8 เรื่องคือ ฤทธิ์มีดสั้น ดาบจอมภพ เหยี่ยวเดือนเก้า จอมดาบหิมะแดง จอมโจรจอมใจ เซียวฮื้อยี้ ศึกเสือหยกขาว และนักสู้ผู้พิชิต อีกทั้งให้จำเลยชำระค่าฤชาธรรมเนียมและค่าทนายความในอัตราสูงแทนโจทก์ด้วย


มิถุนายน 2554 จำเลยทำคำให้การและฟ้องแย้ง ว่าโจทก์โดยผู้รับมอบอำนาจโจทก์ ใช้สิทธิ์โดยไม่สุจริตในการโฆษณาและทำลายการตลาดของจำเลย ขอให้โจทก์ชำระค่าเสียหายจากกำไรทางธุรกิจของจำเลยที่ลดลงและเป็นจริง เป็นเงินจำนวน 224,829 บาท และให้โจทก์ลงโฆษณาขอโทษจำเลยในหนังสือพิมพ์รายวัน และรายสัปดาห์รวม 5 ฉบับ


ในชั้นพิจารณา โจทก์ขอถอนฟ้องวรรณกรรมพิพาท 2 เรื่องคือจอมโจรจอมใจ และนักสู้ผู้พิชิต โดยแจ้งต่อศาลว่าเนื่องจาก โจทก์ไม่ได้รับโอนลิขสิทธิ์ 2 เรื่องดังกล่าววรรณกรรมพิพาทจึงลดลงเหลือ 6 เรื่อง


ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2555 ให้จำเลยคือบริษัทสร้างสรรค์บุ๊คส์ จำกัด ชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เป็นเงิน 1,500,000 บาท พร้อมอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปีของเงินต้นจำนวนดังกล่าวนับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ให้จำเลยหยุดพิมพ์และเผยแพร่งานวรรณกรรมพิพาท อันได้แก่นวนิยายจีนกำลังภายในจำนวน 6 เรื่อง คือฤทธิ์มีดสั้น ดาบจอมภพ เหยี่ยวเดือนเก้า จอมดาบหิมะแดง เซียวฮื้อยี้ และศึกเสือหยกขาว พร้อมทั้งให้เก็บงานวรรณกรรมดังกล่าวออกจากท้องตลาด หากไม่ปฏิบัติตาม ให้โจทก์มีสิทธิดำเนินการแทน โดยให้จำเลยรับผิดชอบชำระค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น กับให้ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 50,000 บาท ฟ้องแย้งของจำเลยให้ยกเสีย ค่าฤชาธรรมเนียมในส่วนฟ้องแย้งระหว่างโจทก์กับจำเลยให้เป็นพับ


จำเลยยื่นอุทธรณ์ และยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับคดีเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2555


ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง อ่านคำพิพากษาศาลฎีกาแผนกทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2560 โดยมีข้อสรุปว่า


พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องและยกฟ้องแย้ง ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาล ทั้งในส่วนคำฟ้องและฟ้องแย้งให้เป็นพับ


นับเนื่องเวลาแห่งการเริ่มต้นข้อขัดแย้ง กระทั่งมีคำพิพากษาศาลฎีกา เป็นเวลากว่า 14 ปี






……………………………………………
* ปรับปรุงแก้ไขเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2560